Articles

โครงการสัมมนาและรณรงค์สาธารณะเนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมือง: วาทกรรม อัตลักษณ์ และสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย

โครงการสัมมนาและรณรงค์สาธารณะเนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมือง: วาทกรรม อัตลักษณ์ และสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย

ผู้รับผิดชอบและเสนอโครงการ: เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) / Network of Indigenous Peoples in Thailand (NIPT)

หลักการและเหตุผล:

ประเทศไทยมีชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และอาศัยอยู่กระจัดกระจายตามภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งชนเผ่าพื้นเมืองเหล่านี้นับได้ว่าเป็นผู้ที่มีภาษา อัตลักษณ์ วัฒนธรรมและบริบทของสังคมที่แตกต่างกันออกไปจากสังคมใหญ่ และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประชากรขนาดเล็กมีจำนวนไม่มากนัก มีวิถีการดำเนินชีวิตที่ผูกพันและใกล้ชิดกับธรรมชาติหรือความหลากหลายทางชีวภาพอย่างแนบแน่น เน้นระบบการผลิตและการใช้ทรัพยากรเพื่อการยังชีพเป็นหลัก มีระบบขัดเกลาทางสังคมและได้บ่มเพาะจนกลายเป็นอัตลักษณ์ วัฒนธรรมและแบบแผนการดำเนินชีวิตของแต่ละกลุ่ม ซึ่งมีกระบวนการถ่ายทอดและสืบต่อกันมาจากชนรุ่นหนึ่งไปสู่ชนอีกรุ่นหนึ่ง แต่ในปัจจุบันเรื่องราววัฒนธรรมและระบบคุณค่าเหล่านี้เริ่มอ่อนแอและลดความสำคัญลงไป ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจากนโยบายการพัฒนาของรัฐและกระแสโลกาภิวัตน์ที่ผ่านมาในอดีต โดยเฉพาะการมุ่งเน้นการพัฒนาและสร้างความเจริญเติบโตภาคเศรษฐกิจเป็นหลัก และใช้นโยบายการรวมพวกและกลืนกลาย ซึ่งต้องการหลอมรวมเอากลุ่มชนเล็กๆ ในสังคมเหล่านี้ เข้าไปสู่ระบบทุนนิยมและวัฒนธรรมกระแสหลัก ถึงกระนั้นก็ตามชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มต่างๆ ยังพยายามยืนหยัด ต่อสู้ เพื่อให้การดำรงชีวิตและการคงความเป็นเอกลักษณ์ของตนไว้ในท่ามกลางกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้วิถีชีวิตและการธำรงอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเหมาะสม ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงของสังคมไทยและสังคมโลกในปัจจุบัน ซึ่งนอกเหนือจากความความพยายามของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยเอง ที่ต้องการแก้ไขปัญหาของตนแล้ว รัฐต้องเข้ามาให้การปกป้องและคุ้มครองสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ตลอดจนมีมาตรการสนับสนุนและส่งเสริมการปฏิบัติการเพิ่มมากขึ้น โดยต้องยกระดับประเด็นปัญหา ความสำคัญและความจำเป็นดังกล่าว ให้เป็นวาระหลักอันหนึ่งของประเทศและร่วมสนับสนุนให้ชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย ได้มีพื้นที่การเรียนรู้สู่เวทีต่าง ๆ ในระดับสากลอีกด้วย ตลอดจนต้องประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะในวงกว้าง ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้ชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย ยืนหยัดอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีอัตลักษณ์และวัฒนธรรม และมีความยั่งยืนอย่างแท้จริงด้วย

นอกจากนี้ หากเราศึกษาจากประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของชนเผ่าพื้นเมืองในแต่ละประเทศทั่วโลกนั้น มีพัฒนาการและกระบวนการที่แตกต่างๆ กัน แต่การต่อสู้ส่วนใหญ่เพื่อต้องการความเป็นธรรมและ/หรือแก้ไขความผิดพลาดในอดีต เพื่อป้องกันการถูกละเมิดสิทธิและการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนฐานวัฒนธรรม และความต้องการให้ชนเผ่าพื้นเมืองสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้ การต่อสู้เพื่อสิทธิดังกล่าวได้ยกระดับไปสู่เวทีนานาชาติ เพราะปัญหาของชนเผ่าพื้นเมืองบางอย่างมีข้อจำกัดในหลายๆ ด้าน จึงไม่สามารถแก้ไขได้ในระดับประเทศ ดังนั้นชนเผ่าพื้นเมืองทั่วโลก จึงมุ่งเป้าไปที่องค์การสหประชาชาติ โดยพยายามผลักดันให้ปัญหาของตนเข้าไปสู่การพูดคุยในเวทีระดับโลก ด้วยเหตุนี้องค์การสหประชาชาติ (United Nations) จึงได้ประกาศให้วันที่ 9 สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันสากลชนเผ่าพื้นเมืองโลก (International Day of the World’s Indigenous Peoples) ตลอดจนกำหนดให้ระหว่างปี พ.. 2548 – 2557 (.. 2005- 2014) เป็น ทศวรรษสากลชนเผ่าพื้นเมืองโลก” (ระยะที่ 2) และที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้มีมติรับรอง ปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2550 เพื่อให้ประเทศสมาชิกและประชาคมโลกตระหนักถึงปัญหาและข้อกังวลต่าง ๆ ของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองที่ประสบอยู่ และจะได้ร่วมช่วยกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง ตลอดจนร่วมส่งเสริม ยืนยัน และรับรองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในทุกระดับอีกด้วย

สำหรับในประเทศไทยนั้น เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) ร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนและหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานเกี่ยวข้องกับชนเผ่าพื้นเมือง ได้ร่วมกันประกาศให้วันที่ 9 สิงหาคมทุก ๆ ปี เป็น “วันชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย” เมื่อปี พ.ศ. 2550 และได้ร่วมจัดงาน มหกรรมชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ขึ้นทุก ๆ ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2550 - 2552 เพื่อให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สถานการณ์และปัญหาร่วมกัน และเป็นพื้นที่สาธารณะในการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยด้วย สำหรับในปี พ.ศ. 2553 นี้ ทาง คชท. ได้ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการจัดงาน “มหกรรมวิถีชีวิตชนเผ่า 2553” ระหว่างวันที่ 19 21 มีนาคม 2553 ที่จังหวัดเชียงราย และร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน “มหกรรมวัฒนธรรมนานาชาติ: ธ ทรงปกเกล้าจากขุนเขาจรดทะเล” ระหว่างวันที่ 1 5 พฤษภาคม 2553 ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ ไปแล้ว ด้วยเหตุนี้ คชท.จึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือและกำหนดจะจัดงาน สัมมนาและรณรงค์สาธารณะ: วาทกรรม อัตลักษณ์ และสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย ขึ้น ในระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม 2553 ซึ่งการจัดงานในปีนี้ได้ตั้งเป้าหมาย เพื่อให้เป็นเวทีสาธารณะที่เน้นการพูดคุยกันในประเด็นที่สำคัญและเร่งด่วนที่มีผลกระทบต่อชนเผ่าพื้นเมือง และร่วมรณรงค์เฉลิมฉลองเนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นหลัก

วัตถุประสงค์

1) เพื่อให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนและเรียนรู้สถานการณ์ ระดมแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อชนเผ่าพื้นเมือง และร่วมรณรงค์ต่อสาธารณะ รวมทั้งจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยและวันชนเผ่าพื้นเมืองโลก

2) เพื่อนำเสนอนโยบายและการปฏิบัติการตามนโยบายของชนเผ่าพื้นเมืองต่อสาธารณะ ตลอดจนจัดทำข้อเรียกร้องของชนเผ่าพื้นเมืองนำเสนอต่อรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3) เพื่อพัฒนากลไกและขบวนการขับเคลื่อนงานเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ระยะเวลาและสถานที่จัดงาน: ระหว่างวันที่ 7 - 9 สิงหาคม 2553 ณ ห้องประชุมเล็กและบริเวณหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ผู้เข้าร่วมงาน

1. เวทีสัมมนา

1.1 แกนนำชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย (30 ข่าย ๆ ละ 4 คน) 120 คน

1.2 ผู้แทนองค์กรชนเผ่าพื้นเมืองและองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานกับชนเผ่าพื้นเมือง 30 คน

1.3 นักเรียนนักศึกษาและเยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง 50 คน

1.4 นักวิชาการและตัวแทนหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานด้านชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง 20 คน

1.5 ผู้สนับสนุนการจัดงาน สื่อมวลชน และผู้สนใจทั่วไป 80 คน

รวมผู้เข้าร่วมสัมมนา 300 คน

2. เวทีรณรงค์สาธารณะและเฉลิมฉลองเนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมือง

2.1 ผู้แทนชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย 150 คน

2.2 ที่ปรึกษา คชท.และนักวิชาการที่ทำงานด้านชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง 10 คน

2.3 ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานชนเผ่าพื้นเมือง 20 คน

2.4 สื่อมวลชน นักเรียนนักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป 120 คน

รวมผู้เข้าร่วมเวทีรณรงค์และเฉลิมฉลอง 300 คน

แผนงานและกิจกรรมหลัก ๆ ในงาน:

  1. แผนงานประชาสัมพันธ์ เน้นกิจกรรมการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์และการประสานงานกับสื่อทางเลือกต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานในครั้งนี้ ผ่านสื่อวิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ แผ่นพับ และอื่น ๆ สามารถให้ชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยและสาธารณชน (ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ) ได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดงานดังกล่าวอย่างทั่วถึง
  2. แผนงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการว่าด้วยเรื่องวาทกรรม อัตลักษณ์ และสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมเน้นสำหรับปีนี้ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สถานการณ์และปัญหาที่ชนเผ่าพื้นเมืองประสบอยู่ ตลอดจนระดมความคิดเห็นและสร้างความชัดเจนในเรื่องวาทกรรม อัตลักษณ์ และสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย และยังเป็นเวทีให้เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยได้จัดทำข้อเสนอและแสดงจุดยืนในการอยู่ร่วมกับสังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศอย่างสันติสุข
  3. แผนงานนิทรรศการเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมือง กิจกรรมนี้ ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่ง ที่องค์กรและเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง ตลอดจนองค์กรหรือหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องชนเผ่าพื้นเมือง จะได้นำเสนอข้อมูลที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและประสบการณ์ของชนเผ่าพื้นเมืองอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ภูมิปัญญาในการจัดการทรัพยากรดิน-น้ำ-ป่า การเกษตรอย่างยั่งยืน และข้อมูลที่สะท้อนถึงปัญหาที่ชนเผ่าพื้นเมืองได้รับผลกระทบ เป็นต้น และนำเสนอข้อมูลการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลอดจนจัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับวันชนเผ่าพื้นเมือง และปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองที่ประเทศไทยมีข้อผูกพันอยู่ ให้ได้รับทราบอีกด้วย
  4. แผนงานนำเสนอภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมือง กิจกรรมนี้จะเป็นกิจกรรมพื้นฐานที่สอดแทรกอยู่ในกิจกรรมหลัก ๆ ในงานสัมมนา งานรณรงค์ และงานเฉลิมฉลอง เพื่อนำเสนอระบบคุณค่าและความงดงามของวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่าพื้นเมือง (เช่น การใช้ภาษาแม่ การประกอบพิธีกรรม การแต่งกาย การแสดงดนตรีและเต้นรำ การร้องเพลงและการละเล่นพื้นบ้าน การแสดงและจำหน่ายอาหารและศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน เป็นต้น) ที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ สัมผัส ลิ้มรส และซื้อไปเป็นของที่ระลึก อีกด้วย
  5. แผนงานรณรงค์สาธารณะ กิจกรรมนี้จะจัดในรูปแบบการประกาศเจตนารมณ์ที่จัดทำขึ้นจากงานสัมมนา (ใน 2 วันแรก) ให้สื่อมวลชนและสาธารณชนได้รับทราบมากยิ่งขึ้น และจัดให้มีการนำเสนอผลงานทางวิชาการและสารคดีเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยและต่างประเทศ ผ่านสื่อในรูปแบบเอกสาร วารสาร หนังสือ วีซีดี แผ่นพับ และ อื่น ๆ
  6. แผนงานเฉลิมฉลองเนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมือง กิจกรรมนี้จะเป็นเวทีสำหรับผู้แทนชนเผ่าพื้นเมืองและแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงาน ได้ร่วมเฉลิมฉลองเป็นการแสดงความยินดีที่องค์การสหประชาชาติเห็นความสำคัญ เคารพและยอมรับในการมีตัวตนของชนเผ่าพื้นเมืองในโลกใบนี้ และได้รับรองปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองมาได้เกือบ 3 ปีแล้ว ซึ่งทำให้ประเทศสมาชิกและประชาคมโลก ตระหนักถึงปัญหาและข้อกังวลต่าง ๆ ของชนเผ่าพื้นเมืองที่ประสบอยู่ และจะได้ร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง ตลอดจนได้ร่วมส่งเสริม ยืนยัน และรับรองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศตนเองในทุกระดับอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสแสดงความภาคภูมิใจในความร่ำรวยวัฒนธรรมและยังเป็นการทำความรู้จักกันแบบญาติพี่น้องระหว่างชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มต่าง ๆ และแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงานในปีนี้อีกด้วย
  7. แผนงานอำนวยการและการจัดการ 7.1 งานประสานงานและสร้างความร่วมมือ กิจกรรมนี้ประกอบด้วยการประสานงานและจัดประชุมเตรียมงานของผู้แทนชนเผ่าพื้นเมือง กองเลขาและที่ปรึกษา คชท. การประสานงานกับชนเผ่าพื้นเมืองในกลุ่มชาติพันธุ์จากภูมิภาคต่าง ๆ และการประสานงานและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นสถาบันวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามามีส่วนร่วมในงานปีนี้

7.2 งานกองเลขานุการการจัดงาน เน้นการจัดการภายในกองเลขา คชท.และคณะทำงานจัดงานชุดต่าง ๆ โดยเฉพาะการจัดทำข้อมูลและเอกสารประกอบการจัดงาน การเตรียมเครื่องมือ สื่อ และวัสดุอุปกรณ์ประกอบการจัดงาน (ช่วงก่อนงาน ระหว่างงาน และหลังงาน) การจัดระบบบัญชีและการเงินการจัดงาน การจัดทำเอกสารโครงการเสนอ การประสานเตรียมการเรื่องสถานที่จัดงาน ตลอดจนการจัดทำหนังสือเชิญ รายงานการสัมมนา รายงานความก้าวหน้าการจัดงาน และดำเนินการผลิตสื่อเผยแพร่ผลงานที่เกิดขึ้นจากการจัดงานในครั้งนี้

ขั้นตอนและวิธีการดำเนินโครงการ

1. ประชุมผู้แทนเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย เพื่อระดมแนวคิดการพัฒนาโครงการและจัดตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานจัดงานที่เกี่ยวข้อง

2. จัดเตรียมความพร้อมของผู้แทนชนเผ่าพื้นเมืองที่จะเข้าร่วมงาน วิทยากร และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง

3. ประสานความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง

4. จัดเตรียมเอกสาร สื่อ และเครื่องมือสำหรับการจัดกิจกรรมในงาน

5. จัดกิจกรรมตามแผนที่วางไว้

6. สรุปประเมินผลการจัดงานและวางแผนการดำเนินงานระยะต่อไป

รายชื่อคณะกรรมการจัดงาน

1) นายจอนิ โอ่โดเชา ประธาน - กรรมการ

2) ผู้แทนข่ายกะเหรี่ยง - กรรมการ

3) ผู้แทนข่ายขมุ - กรรมการ

4) ผู้แทนข่ายคะฉิ่น - กรรมการ

5) ผู้แทนข่ายชอง - กรรมการ

6) ผู้แทนข่ายญัฮกุร - กรรมการ

7) ผู้แทนข่ายไทเขิน - กรรมการ

8) ผู้แทนข่ายไททรงดำ - กรรมการ

9) ผู้แทนข่ายไทยวน - กรรมการ

10) ผู้แทนข่ายไทยอง - กรรมการ

11) ผู้แทนข่ายไทลื้อ - กรรมการ

12) ผู้แทนข่ายไทใหญ่ - กรรมการ

13) ผู้แทนข่ายไตหย่า - กรรมการ

14) ผู้แทนข่ายปะหล่อง (ดาระอาง) - กรรมการ

15) ผู้แทนข่ายมบีซู - กรรมการ

16) ผู้แทนข่ายมลาบรี - กรรมการ

17) ผู้แทนข่ายมอญ - กรรมการ

18) ผู้แทนข่ายมอแกลน - กรรมการ

19) ผู้แทนข่ายมอแกน - กรรมการ

20) ผู้แทนข่ายม้ง - กรรมการ

21) ผู้แทนข่ายเมี่ยน - กรรมการ

22) ผู้แทนข่ายลัวะ - กรรมการ

23) ผู้แทนข่ายลีซู - กรรมการ

24) ผู้แทนข่ายละหู่ - กรรมการ

25) ผู้แทนข่ายโส้ - กรรมการ

26) ผู้แทนข่ายอาข่า - กรรมการ

27) ผู้แทนข่ายอุรักลาโว้ย - กรรมการ

28) นางสีวิกา กิตติยังกุล - กรรมการ

29) ดร.ประเสริฐ ตระการศุภกร - กรรมการ

30) นายกิตติศักดิ์ รัตนกระจ่างศรี - กรรมการ

31) นายสุพจน์ หลี่จา - กรรมการ

32) ดร.ประสิทธิ์ ลีปรีชา - กรรมการ

33) นายยงยุทธ สืบทายาท - กรรมการ

34) นายสุมิตรชัย หัตถสาร - กรรมการ

35) นายสันติพงษ์ มูลฟอง - กรรมการ

36) นางสาวลาเคละ จะทอ - กรรมการ

37) นายบุญยง โชติชัยพิบูล - กรรมการ

38) นายณัฐพล สิงห์เถื่อน - กรรมการ

39) นายเทวินทร์ สมจิตร - กรรมการ

40) นายดิเรก เครือจินลิ - กรรมการ

41) นายประแสง ณ คีรี - กรรมการ

42) นางอาภา หน่อตา - กรรมการ

43) นายยศพงษ์ กู่แก้วเกษม - กรรมการ

44) นายไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก - กรรมการ

45) นายไวยิ่ง ทองบือ - กรรมการ

46) นายพร้อมพล สัมพันธโนอนุตโร - กรรมการ

47) นายสุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ - กรรมการและประชาสัมพันธ์

48) นางจิรารัตน์ ซ่อนกลิ่น - กรรมการและเหรัญญิก

49) นายศักดิ์ดา แสนมี่ - กรรมการและเลขานุการ

50) นายเอกชัย ปิ่นแก้ว - กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

51) นายภัทร มณีรัตน์ - กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

52) นางนิตยา เอียการนา - กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

53) นางจันทนี พิเชษฐ์กุลสัมพันธ์ - กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

54) นางสาวกมลพรรณ์ แซ่ลี้ - กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

55) นายวรวุธ ตามี่ - กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

คณะทำงานจัดงาน

การจัดงานครั้งนี้ ได้มีการออกแบบและจัดตั้งกลไกปฏิบัติการ เพื่อร่วมจัดงานในปีนี้ให้เป็นตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซึ่งผู้ที่มาเป็นคณะทำงานจะสรรหามาจากบุคลากรที่มีประสบการณ์และมีใจอาสาสมัครจากองค์กร/หน่วยงานที่สนับสนุนหรือร่วมจัดงาน มาร่วมกันทำงาน โดยมีคณะทำงานชุดต่าง ๆ ดังนี้

1) คณะทำงานฝ่ายประสานงานและอำนวยการส่วนกลาง

2) คณะทำงานฝ่ายประสานงานข่ายชนเผ่าพื้นเมือง

3) คณะทำงานฝ่ายอำนวยการเวทีสัมมนา

4) คณะทำงานฝ่ายจัดทำข้อมูล เอกสารประกอบสัมมนา และรายงานผลการจัดสัมมนา

5) คณะทำงานฝ่ายจัดกิจกรรมสันทนาการและงานเฉลิมฉลองเนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมือง

6) คณะทำงานฝ่ายระดมทุน

7) คณะทำงานฝ่ายผลิตสื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน นิทรรศการ และสื่อเผยแพร่หลังงาน

8) คณะทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมรณรงค์สาธารณะ

9) คณะทำงานฝ่ายจัดการเรื่องอาหารและสถานที่ประชุม

10) คณะทำงานฝ่ายบัญชีและการเงิน

องค์กรร่วมจัดงาน

นอกจากเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนเครือข่ายชนเผ่า

พื้นเมืองกว่า 20 กลุ่มชาติพันธุ์จากทุกภูมิภาคของประเทศไทยแล้ว ยังได้รับความร่วมมือและสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่งจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ และเครือข่ายกัลยาณมิตรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับชนเผ่าพื้นเมือง ได้แก่ มูลนิธิภูมิปัญญาชนเผ่าพื้นเมืองพื้นที่สูง (IKAP) มูลนิธิเพื่อประสานความร่วมมือของชนเผ่าพื้นเมืองแห่งเอเชีย (AIPP) สำนักประสานงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาคีสากลชนเผ่าพื้นเมืองในป่าเขตร้อน (SEARCO/IAITPTF) โครงการพัฒนาพื้นที่สูง (UHDP) โครงการบ้านรวมใจ โครงการฝึกอบรมเยาชนสัมพันธ์ เครือข่ายสุขภาพชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง เครือข่ายสตรีชนเผ่าแห่งประเทศไทย เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม มูลนิธิชนเผ่าภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มูลนิธิดรุณาทร (Compassion) มูลนิธิไทย-ลาหู่ มูลนิธิพันธบริการเพื่อชนเผ่า มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ภาคเหนือ) มูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ มูลนิธิรักษ์เด็ก มูลนิธิรักษ์ไทย มูลนิธิรักษ์อาข่า ศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนบนพื้นที่สูง ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน สถาบันชุมชนเกษตรกรรมที่ยังยืน สมาคมปกาเกอะญอเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สมาคมปกาเกอะญอเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย สมาคมลาหู่เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต สมาคมเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมชาวอ่าข่า สมาคมม้ง หน่วยพัฒนาสังคมและบริการ (สภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย) องค์การยุติธรรมนานาชาติ องค์การแพลน (PLAN) ประเทศไทย แอ๊ดดร้า (ADRA) ประเทศไทย และศูนย์ชาติพันธุ์ศึกษาสัมพันธ์และการพัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ที่ปรึกษาการจัดงาน

1. คณะกรรมการ ประธานหรือผู้บริหารข่ายชนเผ่าพื้นเมืองที่ร่วมจัดงาน

2. ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

3. อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

4. เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

5. อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

6. ผู้อำนวยการสำนักบริหารและจัดการทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

7. ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ (ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

8. นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และประธานอนุกรรมการ

ด้านส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย, สิทธิชุมชน, สิทธิพลเมืองและ

สิทธิทางการเมือง

9. ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี (ผู้แทนไทย) กรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

10. ดร.ทรงวิทย์ เชื่อมสกุล ผู้อำนวยการสำนักกิจการชาติพันธุ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

11. นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน

12. อาจารย์สุริชัย หวันแก้ว นักวิชาการ (อดีต ผอ.สถาบันวิจัยสังคม) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

13. ดร. เคน แคมป์ นักวิชาการอิสระ

14. อาจารย์ชูพินิจ เกษมณี อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

15. อาจารย์สามารถ ศรีจำนงค์ นักวิชาการ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

16. อาจารย์กุลวดี เจริญศรี ที่ปรึกษา สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.)

17. นายถาวร ฟูเฟื่อง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ชาวเขา

18. นายไพโรจน์ พลเพชร ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน

19. นางเตือนใจ ดีเทศน์ (อดีต ส.ว. จังหวัดเชียงราย) กรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย

20. Dr. James R. Klien (Country Representative, TAF)

21. Dr. Christian Erni (IWGIA)

22. Ms.Chandra Roy (UNDP/RIPP)

23. Ms.Joan Carling (AIPP)

24. Bernice A. Lee (Forum-Asia)

25. Dr. Kirk Person, SIL

26. นางสาวสุรพร สุริยะมณฑล (PCF)

27. ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท

28. นายประยงค์ ดอกลำไย อนุกรรมการด้านส่งเสริมสิทธิและประสานงานเครือข่าย กสม.

29. นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด อนุกรรมการด้านส่งเสริมสิทธิและประสานงานเครือข่าย กสม.

30. นายบารมี ชัยรัตน์ กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

31. นายวิวัฒน์ ตามี่ ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนบนพื้นที่สูง

32. ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์

33. ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่

34. ประธานและคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคเหนือ

35. สมาคมผู้สื่อข่าวภาคเหนือ

ผู้สนับสนุนการจัดงาน

1. ผู้สนับสนุนหลัก: คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน,สำนักกิจการชาติพันธุ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, มูลนิธิเอเชีย, มูลนิธิชุมชนไท,International Working Group for Indigenous Peoples (IWGIA), Asia Indigenous Peoples Pact (AIPP), Pestalozzi Children’s Foundation (PCF), RIPP/UNDP, Forum Asia, ฯลฯ

2. แหล่งงบประมาณสมทบ: องค์กรหรือเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มต่าง ๆ ในประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ องค์พัฒนาเอกชนที่สนับสนุนและร่วมจัดงาน รวมประมาณ 30 แห่ง

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. รัฐบาลไทยเห็นความสำคัญ ยอมรับการมีตัวตนและรับรองวันชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมปฏิบัติการต่าง ๆ ที่เป็นไปตามปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง และพันธะกรณีระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองและประเทศไทยมีข้อผูกพันทั้งหลายอย่างจริงจัง

2. สังคมไทยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองและเกิดความสมานฉันท์ในการอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองและสันติสุข

3. ชนเผ่าพื้นเมืองที่เข้าร่วมงานเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของตนเอง และเกิดความตระหนักร่วมในการแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อชนเผ่าพื้นเมือง

4. เกิดเครือข่ายการเรียนรู้และความร่วมมือระหว่างข่ายชนเผ่าพื้นเมืองจากภูมิภาคต่าง ๆ และระหว่างเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรพัฒนาเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความพร้อมในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชนเผ่าพื้นเมืองที่ยั่งยืน

5. เกิดแผนงานและเห็นกระบวนการขับเคลื่อนงานที่ต่อเนื่องของเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และแนวทางในการพัฒนากลไกและกฎหมายของสภาชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองประเทศไทยที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

You are here: Home